|
Freshlife Automatic Sprouter
ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ และต้องการต้นกล้าพืชที่งอกสดๆ
ปราศจากสารพิษ
(0rganic)
แถมยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณ ด้วยเครื่อง
Freshlife automatic
sprouter
ซึ่งสามารถใช้ปลูกต้นกล้าข้าวสาลี
ถั่วงอกและพืชต้นเล็กๆนานาชนิดโดยไม่ใช้ดินเพียงแค่ใส่นำและเมล็ดลงในอ่าง และด้วยระบบการรดน้ำแบบ sprinkle อัตโนมัติ
คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรดน้ำวันละ 2-3 ครั้งอย่างในเครื่องปลูกถั่วงอกทั่วไป
สำหรับท่านที่อยากได้ปริมาณถั่วงอกเพิ่มขึ้น ก็เพียงแค่ซื้ออ่าง (barrel)
เพิ่มขึ้นอีก 1 ชั้น คุณก็จะได้ปริมาณถั่วงอกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าแล้วค่ะ
จากการวิจัยพบว่าต้นกล้าข้าวสาลี ถั่วงอก
micro-greens
อุดมไปด้วยโกร์ธฮอร์โมน,โปรตีน,วิตามิน
แร่ธาตุ,เอนไซม์,
ไบโอฟลาวินอยด์,
t-cell
เป็นจำนวนมากถึง 10-50 เท่าของพืชที่โตเต็มที่
เนื่องจากพืชเหล่านี้สามารถเติบโตได้ในช่วงเวลาอันรวดเร็ว
และเมื่อเราเก็บพืชพวกนี้ที่ยังเป็นต้นอ่อนอยู่มาบริโภค
เราก็จะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์เหล่านี้เช่นกัน
Freshlife Automatic Sprouter
Steve Meyerowitz นักเขียนหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพชื่อดัง
อาทิเช่น หนังสือ Sprouts The miracle food , Sproutman’s Kitchen
Garden Cookbook, Wheatgrass Nature’s Finest Medicine, Power Juicers
Super Drinks , Juice Fasting&Detoxification , Water the Ultimate
Cure เขาเคยเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรังและหอบหืดสมัยเด็ก
และเคยรับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันเป็นเวลา 20 ปี แต่ก็ไม่ดีขึ้น
เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ปรับโปรแกรมการรับประทานอาหาร,ใช้วิธีอดอาหาร (fasting),ดื่มน้ำผัก-ผลไม้และรับประทานอาหารสดๆที่ไม่ผ่านการปรุง เช่นถั่วงอกที่ปลูกเอง
ในปี 1997 นิตยสาร
Vegetarian Times ได้ตั้งฉายาเขาว่า “Sproutman”
และในปี 1980 เขาเปิดโรงเรียนสวนการทำสวนครัว การปลูกพืช
การเตรียมอาหารพวกมังสวิรัติที่นิวยอร์ก
เครื่อง
Freshlife automatic
sprouter
ช่วยให้คุณสามารถปลูกถั่วงอก และต้นกล้าของพืชชนิดต่างๆได้สะดวกขึ้น
เพราะมีระบบให้น้ำอัตโนมัติ โดยทำให้หยดน้ำออกมาเป็นละอองเล็กๆ
และภายใยตัวเคื่องจะมีอากาศที่เพียงพอต่อการงอกของเมล็ด โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง เพียงแค่เติมน้ำในถัง (sprout barrel) เรียงเมล็ดในถาดและกดเมล็ดลง
ใช้เวลาเพียง 4-7 วัน คุณก็สามารถเก็บถั่วงอกมาทำเป็นสลัดจานโปรด โคสลอล์
แซนวิชหรือนำมาคั้นน้ำถั่วงอก และอาหารอื่นๆ ตามใจชอบ
Freshlife automatic sprouter
สถาบันสุขภาพและสถาบันมะเร็งนานาชาติแนะนำให้บริโภคผัก ผลไม้ วันละ 5
ส่วนเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารประเภทอื่น
ซึ่งเราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ให้ง่ายขึ้นด้วยการกินต้นกล้าหรือต้นอ่อนของพืช
เช่น ถั่วงอก
ถั่วงอกเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทุกฤดู ทุกที่ทั่วโลก แม้ในพื้นที่จำกัด
และใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ คุณก็สามารถนำมาทำอาหารได้แล้ว
และคุณคงไม่เชื่อว่าเมล็ด Alflafa แค่
1 ปอนด์ เมื่อนำมาปลูกจะให้ต้นกล้าถึง 10-14 ปอนด์
ซึ่งเป็นจำนวนมากพอให้คุณทำสลัดได้อย่างสบายๆ
ต้นอ่อนของอัลฟาฟา, ถั่วเหลือง, ทานตะวัน และเรดิช มีโปรตีนปริมาณสูง
เมื่อเทียบกับอาหารโปรตีนส่วนใหญ่ที่เราได้รับจากเนื้อ (มีโปรตีน 19%,ไขมัน11%)
และไข่ (มีโปรตีน 13%,ไขมัน 11%)
ในขณะที่ต้นอ่อนของถั่วเหลืองมีโปรตีน 28% ( 2
เท่าของไข่) แต่มีไขมันเพียง 0.10% และต้นอ่อนของอัลฟาฟา
เป็นพืชที่เราอยากแนะนำให้คุณบริโภค เพราะมีคลอโรฟิลล์ปริมาณสูง
และมีมากกว่าที่พบในผักคะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี
ต้นอ่อนของข้าวสาลี, ทานตะวันอุดมไปด้วยไขมัน
ถึงแม้ว่าไขมันในแป้งที่ทำจากข้าวสาลีจะเหม็นหืนง่ายเก็บไม่ทน จึงต้องเก็บในตู้เย็น
แต่ไขมันจากต้นอ่อนข้าวสาลีสามารถอยู่ได้นานหลายสัปดาห์เลยทีเดียว
และไขมันจากต้นอ่อนข้าวสาลี เมื่อแตกตัวจะให้กรดไขมันจำเป็นซึ่งมากกว่า 50%
เป็นไขมันประเภทโอเมกา-6 สำหรับน้ำมันทานตะวันเป็นแหล่งที่มีโอเมกา-6
มากที่สุด ไขมันในต้นอ่อนทานตะวันประกอบด้วยกรดไขมันย่อยง่าย
ละลายน้ำได้ และไม่หืนง่าย นอกจากนี้ด้วยรสชาติของต้นอ่อนทานตะวันที่กรอบ และคล้ายคลึงถั่ว
จึงเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน
ในต้นอ่อนของพืชจะมีวิตามินในปริมาณที่สูงกว่าพืชชนิดเดียวกันที่โตเต็มที่แล้ว เช่น
ต้นอ่อนเรดิช มีโปรวิตามินเอมากกว่าต้นเรดิชที่โตเต็มที่แล้วถึง 39 เท่า
(391IU/100g กับ 10IU/100g) และถ้าคุณต้องการวิตามินมากขึ้น คุณต้องกินต้นอ่อนของพืชมากขึ้นด้วย
เพราะสารอาหารในต้นอ่อนนั้นมีปริมาณสูงกว่าอาหารประเภทอื่น อาทิเช่น
ต้นอ่อนเรดิชมีวิตามินซีมากกว่านม 29 เท่า (29mg
กับ 1 mg) และมีวิตามินเอมากกว่านม 4 เท่า (391IU กับ 126IU), ต้นอ่อนของพริกมีแคลเซียมมากกว่ามันฝรั่ง 10
เท่า (51mg กับ 5mg)
และมีวิตามินซีมากกว่าในสับปะรด
สารเคมีมหัศจรรย์ในพืช
(phytochemical)
พบว่าในต้นกล้าของ Alflafa , Radish ,
บร็อคโคลี , ถั่วเหลือง
ประกอบด้วยสาร phytochemical
ปริมาณสูงซึ่งมีฤทธิ์ป้องกัน และต้านทานการเกิดโรคต่างๆ ซึ่งสาร
phytochemical เหล่านี้ได้แก่
v
Estrogen
ในต้นอ่อนของพืช :
มีหน้าที่เหมือนกับ estrogen ในคน
แต่ไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งหน้าที่ของ estrogen คือ
ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ป้องกันการเกิดกระดูกพรุน
ป้องกันกลุ่มอาการในหญิงวัยทอง เช่น อาการร้อนๆหนาวๆ
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมชนิดfibrocystic
v
ใน Alflafa
มีสาร Canavanine
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกรดอะมิโน และช่วยต้านมะเร็งที่ตับอ่อน,ลำไส้
และมะเร็งเม็ดเลือด นอกจากนี้ใน Alflalfa ยังอุดมไปด้วย Saponins
ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดระดับ bad cholesterol
และไขมัน แต่ไม่ลดระดับของไขมันดี (HDL)
ดังนั้นจึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ และสาร Saponins
ยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (กระตุ้นการทำงานของ T-lymphocyte,
interferon) ในต้นอ่อน Alflafa
พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ซึ่งช่วยป้องกันการทำลาย DNA
และภาวะเสื่อมถอยเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น
|
 |
v
ต้นอ่อนบร็อคโคลี มีเอนไซม์
Glucosinolate
และเอนไซม์ Isothiocyanate
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการทำปฏิกิริยาขั้น phase 2
enzymes ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง
(ในต้นอ่อนมีมากกว่าต้นที่โตเต็มวัย 10-100 เท่า)
ความกังวลในเชื้อ
Salmonella กับต้นอ่อนพืช
ท่านคงเคยอ่านพาดหัวข้อข่าวเกี่ยวกับการพบเชื้อแบคทีเรีย
Salmonella ในต้นอ่อน Alflafa
เมื่อหลายปีที่แล้ว
ในความเป็นจริงแล้วผัก-ผลไม้สดทุกชนิดมีโอกาสที่จะพบเชื้อ
Salmonella ปนเปื้อนได้
จากรายงานของศูนย์ควบคุมโรค กล่าวว่า มีประชากร 4 ล้านคนต่อปีติดเชื้อ
Salmonella
จากอาหาร และ
93%
มีสาเหตุมาจากอาหารพวกเนื้อวัว เนื้อหมู นม ไข่ ส่วน 7%
ที่เหลือมีสาเหตุมาจากพวกผักและผลไม้
จะเห็นได้ว่าเมื่อเทียบโอกาสพบเชื้อ Salmonella แล้ว
อาหารในกลุ่มผัก-ผลไม้ และในรายงานยังกล่าวอีกว่า
ในปี 1990 พบการติดเชื้อ Salmonella
จากแคนตาลูปพันธุ์เม็กซิโกและองุ่นพันธุ์ชิลีกว่า 25,000คน
ในขณะพบการติดเชื้อ Salmonella
จากต้นกล้าของพืชเพียง 2,500 คน
อย่างไรก็ตามทาง FDA
ก็แนะนำว่าในกระบวนการปลูกพืช ควรใช้เมล็ดที่สะอาด และอุปกรณืที่ใช้ในการเพาะปลูกเองก็ต้องสะอาดถูกสุขลักษณะ ทาง FDA ยังพบว่าการใช้น้ำที่มีคลอรีนผสมอยู่จะช่วยฆ่าเชื้อ Salmonella
ได้ด้วย
แต่ด้าท่านต้องการให้การเพาะเล็ดพืชเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%
ท่านก็ไม่ควรใช้คลอรีน นอกจากคลอรีนแล้ว ยังมีการทดลองใช้แสงที่ความยาวคลื่นต่างๆ, ใช้ความร้อนอบเมล็ด, และแช่เมล็ดมนกรดอะซิตริก
เพื่อฆ่าเชื้อ Salmonella
อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่าอาหารที่คุณกินจะปลอด เชื้อโรค 100%
จากรายงานของสถานีทางอากาศพบว่าในแต่ละปี มีอุบัติการณ์ตายจากฟ้าผ่า 1.29
คนต่อประชากร 1 ล้านคน และจากรายงานของ CDC พบว่าอุบัติการณ์ติดเชื้อ
E. coli 1.10 คนต่อประชากร 1 ล้านคน
เมื่อเปรียบเทียบแล้วอุบัติการณ์การตายจากฟ้าผ่ามีมากกว่าการติดเชื้อจากอาหาร
ดังนั้นเมื่อคุณค่าทางอาหารที่ได้จากการรับประทานพืชผักผลไม้สดแล้ว
เรื่องการติดเชื้อจากอาหารก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลแต่อย่างใด
ส่วนประกอบของ
Sprouter
♥
ฝาปิดด้านบน :
ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเมล็ดพืช
♥
Sprinkler :
ระบบหยดน้ำและระบายอากาศ
♥
ถาดใส่เมล็ด : มี 2 ชิ้นด้วยกัน โดยแต่ละชิ้นจะมีหน้าตัดด้านใหญ่ และด้านเล็ก
·
ถาดใส่เมล็ดอันบน (ใช้วางปิดบนเมล็ด) เราจะพลิกหน้าตัดด้านใหญ่ขึ้น
·
ถาดใส่เมล็ดอันล่าง (เราจะนำเมล็ดมาเกลี่ยบนนี้)
เราจะพลิกหน้าตัดด้านใหญ่ขึ้น
♥
ท่อน้ำ :
เป็นทางของน้ำที่จะเข้าสู่ sprinkler
♥
Sprout Barrel : เป็นบริเวณที่ต้นกล้าขึ้น
♥
Water Barrel
: เป็นแหล่งสำรองและแจกจ่ายน้ำในการเพาะปลูก
♥ ท่อควบคุมแรงดันน้ำ
:
ควบคุมปริมาณน้ำ โดยการหมุนปุ่มควบคุม ถ้าหมุนตามเข็มนาฬิกาจะลดแรงดันน้ำ
ถ้าหมุนทวนเข็มนาฬิกา จะเพิ่มแรงดันน้ำ
♥ Moto chamber : บรรจุปั๊มที่มีการออกแบบมาพิเศษ
ซึ่งมีระบบsensorอุณหภูมิอยู่ภายใน
ชุดอุปกรณ์ที่ทำให้คุณสามารถปลูกได้เพิ่มขึ้น
คูณสามารถปลูกพืชได้มากขึ้นเป็น 2 เท่า
เพียงเพิ่มอุปกรณ์ดังนี้
·
Sprout
Barrel
·
ถาดใส่เมล็ด อันบน
·
ถาดใส่เมล็ด อันล่าง
·
ชุดประกอบท่อน้ำ
·
คลิปสแตนเลส
New Streaming Video Demonstration.
คลิกเพื่อดูวีดีโอค่ะ
High Bandwidth - 480 Kbps
Mid Bandwidth - 150 Kbps
Low Bandwidth - 56 Kbps
|